รอยสักมีผลต่อการทำงานมากน้อยแค่ไหม? อยากลบต้องทำอย่างไร

ปัจจุบันวัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมสักลายกันมากขึ้น และด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป เช่น ความชอบส่วนตัว สักคู่กับคนรัก ตามแฟชั่น ตามเทรน หรือตามความเชื่อเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง เป็นต้น แต่หากโตขึ้นมีหน้าที่การงานจะต้องรับผิดชอบ และในบางครั้งรอยสักก็เป็นอุปสรรค์ในการทำงาน ทำให้หลายคนจึงต้องการและมองหาแนวทางการลบรอยสักออก แล้ววิธีการเลเซอร์ลบรอยสักเป็นวิธีเหมาะสมกับใคร? ทำให้ผิวหนังเป็นแผลเป็นไหม?

รอยสักมีผลต่อการทำงานอย่างไร?

ในบางครั้งรอยสักก็อาจส่งผลต่อหน้าที่การงานในบางตำแหน่ง เนื่องจาก

  1. ทำให้มีความไม่น่าเชื่อถือต่อการทำงาน
  2. ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดูไม่ดี เพราะมีหลายองค์กรที่เน้นเรื่องภาพลักษณ์เป็นหลัก
  3. ถูกมองว่าเป็นคนที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม หรือ ประพฤติตัวไม่ดีเนื่องจากบริษัทอาจทำให้ดูก้าวร้าว
  4. ไม่สามารถทำงานราชการได้ เพราะระบบราชการไทยยังไม่สามารถรับคนที่มีรอยสัก

การลบรอยสักมีอะไรบ้าง แต่ละวิธีเห็นผลมากน้อยแค่ไหน?

  1. การผ่าตัด เป็นการเอาผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาออก และเย็บผิวเข้าหากัน หลังทำจะรู้สึกเจ็บปวด บางรายอาจมีเลือดไหลไม่หยุด ถึงขั้นผิวหนังติดเชื้อได้ และอาจเกิดรอนแผลเป็นขึ้นได้
  2. การใช้น้ำยาลบรอยสัก เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำนาโดนส่วนอื่นๆ เพราะจะทำให้ผิวบริเวณนั้นหลุดออกมาได้ หลังทำ จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน บางรายอาจเกิดผิวหนังไหม้จนผิวอักเสบติดเชื้อขึ้นได้
  3. การทาครีมลบรอนสัก เป็นการนำครีมมาทาตรงรอยสักที่ต้องการกำจัดออก แร็พไว้ประมาณ 30 นาที รอยสักก็จะเริ่มจางหายไปทีละนิด ต้อวมีการทำอยู่หลายครั้งถึงจะเห็นผล บางรายเกิดอาการแพ้สารในตัวครีมจึงทำให้เกิดตุ่มใส คัน จนกลายเป็นโรคผิวหนังอักเสบ รักษาหายยากมาก
  4. เลเซอร์ลบรอยสัก เป็นวิธีที่ให้ผลไว ทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระหว่างทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย หลังทำดูแลง่าย ไม่เกิดรอยแผลเป็น และสามารถช่วยคือสภาพผิวให้เรียบเนียนสีผิวสม่ำเสมอ เป็นการลบรอยสักที่ให้ปลอดภัยมากที่สุด

ทำรู้จักกับเลเซอร์ลบรอยสัก

การทำเลเซอร์ลบรอยสัก เป็นนวัตกรรมการลบรอยสักที่ลบผ่านการยิงของคลื่นพลังงานลำแสงจากเลเซอร์ เพื่อเข้าไปสู่ใต้ชั้นผิวหนังที่มีเม็ดสีในแต่งเติมด้วยสีน้ำหมึกเพื่อช่วยลดเม็ดสีให้ดูจางลง หากทำอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้รอยสักหายไปจนแทบจะไม่เหลือให้เห็นได้อีกเลย

การทำงานของ Picoway เลเซอร์ลบรอยสัก?

การทำงานของ Picoway ที่สามารถปล่อยแสงเลเซอร์ในระดับนาโนเซคคันด์ (1 นาโนเซคคันด์ = 1 ในพันล้านวินาที) เพื่อช่วยลดอนุภาคของเม็ดสีน้ำหมึกในรอยสักให้มีขนาดที่เล็กลงมากๆ ส่งผลให้ร่างกายสามารถกำจัดเม็ดสีผิดปกติดังกล่าวออกได้อย่างง่ายดายกว่าวิธีอื่นๆ และช่วยผลิตเม็ดสีผิวที่ปกติขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ จึงส่งผลให้รอยสักเลือนลากดูจางลงได้อย่างรวดเร็ว

จำนวนครั้งในการรักษา?

จำนวนครั้งในการรักษาส่วนมากอยู่ที่ประมาณ 5-10 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

หลักเกณการประเมินที่มีผลต่อจำนวนครั้งของการลบรอยสัก?

ขนาดของรอยสัก จะเล็กหรือใหญ่อาจจะไม่ได้มีผลเท่ากับสี เพราะแต่ละสีจะมีความยากง่ายในการลบที่แตกต่างกัน ตำแหน่งของร่างกายที่สัก มีผลต่อการเกิดแผลเป็นหลังจากการลบรอยสัก เช่น ตรงบริเวณหลัง หรือ บริเวณหน้าอก ซึ่งอาจต้องมีข้อควรระมัดระวังเพิ่มขึ้น และ มีบางตำแหน่งที่ลบยากมากๆ เช่น การสักอายไลน์เนอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งใกล้บริเวณดวงตา

ระดับความลึก ถ้าสักเป็นลักษณะ Professional Tattoo หรือใช้เครื่องสักจะลบไม่ยากนัก แต่ถ้าสักแบบมือสมัครเล่น การสักจะอยู่คนละระดับจึงทำให้ยิ่งลบยากกว่าเดิม

ระยะห่างในการรักษา

ในแต่ละครั้งควรมีการเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพผิวของแต่ละคน เพื่อให้ผิวหนังได้ผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างเต็มที่ จะได้ไม่เสี่ยงต้องการเกิดผิวไหม้ระหว่างการทำเลเซอร์

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ลบรอยสัก

1.คนไข้ต้องเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยตัวเอง เพื่อวางแผนการรักษาที่ชัดเจน
2.ควรดูแลตัวเองก่อนเข้ารับการเลเซอร์ลบรอยสักอย่างเคร่งครั่ง เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง
3.แพทย์จะเริ่มโกนขนตรงบริเวณที่จะเลเซอร์ออกหลังจากนั้นจะมีการทายาชาให้คนไข้ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลดบรรเทาการบาดเจ็บได้
4.แพทย์จะเริ่มยิงเลเซอร์ลบรอยสัก ใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยสัก และ สีของน้ำหมึกที่ใช้
5.หลังทำ แพทย์จะทำความสะอาด รวมถึงทายาและปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำทับอีกชั้น เป็นอันเสร็จ

การดูแลหลังการรักษา

1.งดการแกะ เกา กด จับ บีบ นวดแผลโดยเด็ดขาด
2.งดแผลโดนน้ำในช่วง 1-2 วันแรก
3.งดออกแดด เพราะทำให้เกิดอาการเจ็บแสบแผลได้ ประมาณ 1 เดือน
4.ควรทายาที่ทางสถานพยาบาลให้มาอย่างเคร่งครัด
5.ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูสภาพแผล และมายิงเลเซอร์ตามนัดครั้งต่อไป

สรุป

การลบรอยสักด้วยเลเซอร์จัดว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญในการลบรอยสักสมัยใหม่ เพราะให้ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน อีกทั้งยังไม่ทำลายเม็ดสีผิวรอบนอกให้เสียหาย และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ทำให้มีรอยแผลเป็น นอกจากนี้ยังดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่ใช้พลังงานเลเซอร์และจำนวนครั้งที่เหมาะสม จึงสามารถกำจัดรอยสักให้หายไปได้อย่างถาวร และช่วยทำให้ผิวหนังเรียบเนียนอีกด้วย